วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

สำหรับการเลี้ยงไก่ชนก็คือเลี้ยงน้ำต้มยา(สูตรของแต่ละคน

 สำหรับการเลี้ยงไก่ชนออกสังเวียนก็คือเลี้ยงน้ำต้มยา(สูตรของแต่ละคน) เป็นการเลี้ยงน้ำอุ่น อาหารเสริมก็แค่...เนื้อบ้าง... ปลากั้ง..ปลาข่อ ..บอระเพ็ด(นี่ขาดไม่ได้)..น้ำผึ้งแท้(ทุกวันนี้นำผึ้ง Modify เยอะเหลือเกิน)..สูตรยาเลี้ยงไก่ชนจะก็เป็นสูตรใครสูตรมัน..แอบตำยาหลังบ้าน หรือไม่ก็ปรุงยาตำยาตอนกลางคืน ว่างั้น(กลัวคนอื่นรู้สูตรการเลี้ยงไก่ชน)....    ข้าวเปลือกที่ให้ไก่กินก็ต้องล้างแล้วขัดด้วยใบตะไคร้..เอาง่ายๆว่าเป็นการเลี้ยงตามสูตรโบราณ ไม่มีแบรนด์ ไม่มีไวท๊อป ไม่มีทวีชัย ไม่มียาบินนกพิราบเหมือนทุกวันนี้ การเลี้ยงไก่ชนก็เน้นการล่อ และตีนวมเท่านั้น การบินหลุมโยนหลุมแทบไม่มี   แต่ไก่ยืนตีกันได้ 8- 12 ยก.......ยาโด๊ปการเลี้ยงไก่ชนน้ำบ่อขาวก็ไม่มีอะไร มียาบวดหาย ทัมใจ ไส้แตง น้ำตาลทรายเท่าที่หาได้.......เท่าที่สังเกตุสมัยก่อนเขาเน้นปล้ำนวม กราดแดด เลี้ยงให้แข็งธรรมชาติ ปล้ำให้ถึง..........ทุกวันนี้ไก่ชนแข็งแค่ 80 %..อีก 20 % คือใช้ยาอัดช่วย จบแล้วก็ลุยได้

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

สูตรการเลี้ยงไก่ชน ไว้ชนเป็นหมื่น เขาว่างั้น นะ


สูตรการเลี้ยงไก่ชน ไว้ชนเป็นหมื่น เขาว่างั้น นะ
1. เช็ดน้ำเย็นธรรมดา ไม่ต้องใช้กระเบื้อง หรือต้มน้ำเลย
2. ออกกำลังกาย (เช้า) จับไก่ล่อให้วิ่ง ถ้าล่อเองไม่ได้ก็ให้วิ่งสุ่มทุกวันครับ เวลาต้อง 20 นาทีขึ้นไปครับ (เย็น) บินหลุม หรือกระโดดท่อ 50-100 ครั้ง
3. ตากแดด พอให้ขนแห้ง ให้ไก่ชนพอหอบ
4. อาหาร กินข้าวเปลือก อาหารเสริม อื่น ๆ แล้วแต่สูตร แต่อาหารหลักต้องข้าวเปลือกครับ
5. เข้าคอร์สได้ 1 สัปดาห์ ปล้ำนวมสวมปาก สักประมาณ 10-15 นาที แล้วพักสัก 2 วัน ออกกำลังกายต่อ นี่สูตรการเลี้ยงไก่ชน  3 สัปดาห์คร้าบ
6. การเลี้ยงไก่ชนก่อนออกชน 3 วัน (นับวันที่ออกชนด้วย)ให้หยุด ออกกำลังกาย เช็ดน้ำตากแดดให้ขนแห้ง นอนกางมุ้ง
การเลี้ยงไก่ชน อาหารเสริมให้กินอาหารเม็ดของสุนัข เช้า 5-10 เม็ด เย็น 5-10 เม็ด ดูว่าไก่ชนอ้วนไหม ถ้าไกาชนอ้วนก็กินสักมื้อละ 5 เม็ด ก็พอครับ

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

การเลี้ยงไก่ชน แม่ไก่เลี้ยงลูกของมันเอง วันแรก



สมมติว่าการแม่ไก่ชนเลี้ยงลูกของมันเอง วันแรกๆ  แม่ไก่จะพาลูกเดินบ้างตามสมควร  แต่จะใช้เวลาหมอบเพื่อกกลูกเป็นระยะ อากาศภายนอกอาจเย็นเกินไปสำหรับลูกไก่เจี๊ยบ เมื่อวิ่งได้พักหนึ่งก็ต้องกลับมาซ่อนใต้อกแม่ให้ตัวอุ่นสบายพอดี  แล้วออกไปวิ่งใหม่เหตุที่ลูกไก่คอยเพิ่มความอบอุ่น ก็เพราะในระยะ ๗-๑๐ วันแรกนี้  ลูกไก่ยังไม่สามารถรักษาระดับความอุ่นสบายภายในตัวให้คงที่ เมื่ออากาศภายนอกเย็น  ตัวมันก็เย็น อากาศภายนอกร้อน  ตัวมันก็ร้อนอันเป็นลักษณะของสัตว์เลือดเย็น เช่น งูและเต่าเป็นต้น แต่ต่างว่าตัวลูกไก่เย็นไปมันจะเดินไม่ได้ กินอาหารไม่ได้ เป็นอันตรายถึงตาย จึงเป็นหน้าที่ของแม่ไก่ต้องคอยระวังเรื่องนี้  บางครั้งเมื่อแม่ไก่เห็นว่าจะมีวิกฤติมา เช่น มี นกเหยี่ยว  กา  สุนัข แมว พังพอน หรือแม้แต่เด็กๆ เข้าใกล้ แม่ไก่จะส่งเสียงสัญญาณยาวๆ เรียกลูกไก่ให้รีบเข้ามาอาศัยอยู่ใต้อกแม่เป็นที่หลบภัย นับว่าอกแม่เป็นที่หลบภัยเดินได้ดี

          หลังจากนั้นแม่ไก่ก็ต้องสอนลูกให้กินน้ำกินอาหารเป็น   ปกติลูกไก่ชนชอบจิกอยู่แล้ว  มีจุดอะไรที่เห็นเด่นก็ลองจิกไปเรื่อยๆ จนแม้บางครั้งข้อเด่นนั้นบังเอิญเป็นหางของพวกเดียวกันเอง  ลูกไก่ก็พากันจิกจนเลือดไหลเกิดผลร้ายถึงตายก็มี  ด้วยอุปนิสัยนี้การสอนกินจึงดูง่าย แต่ถ้าเราจะลองคิดดูว่าแม่ไก่ไม่มีน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูกดังเช่นแม่ของเรา แม่ไก่ต้องให้อาหารแก่ลูกไว้ในไข่ขาวและไข่แดง  ซึ่งมีเหลือติดตัวมาอีกเล็กน้อย  ต่อจากนั้นลูกไก่ก็ต้องกินอาหาร ลูกนกหลายๆ ชนิดคอยให้แม่นกป้อนอาหารก็มี เช่น แม่นกกางเขนเวลาเลี้ยงลูกเล็กต้องบินหาอาหารมาป้อนลูกวันละหลายๆ ประพาส แม่พิราบไม่ชอบบินไปมาหลายเที่ยวนัก  จึงหาอาหารมาเผื่อลูก เมื่อมาถึงรังก็สำรอกอาหารให้ลูกกินครั้งเดียวก็อิ่มทุกตัว แม่นกที่ต้องออกไปหากินไกลๆ มักจะนิยมรวบรวมอาหารมาสำรอกป้อนลูกๆ ส่วนแม่ไก่นั้นต้องพาไปถึงที่ซึ่งมีอาหารแล้วสอนลูกให้รู้จักกินเมื่อคุ้ยเขี่ยพบอาหารที่ลูกไก่จะกินได้  ก็เรียกลูกด้วยเสียงกุ๊กๆๆ ถี่ๆ พร้อมทำทีว่าจิกกิน  ลูกก็แย่งกันทำตาม ไม่ช้าลูกไก่ก็รู้ว่าจะกินอะไร และเริ่มคุ้ยเขี่ยช่วยตัวเองได้  นับว่าแม่ไก่ชนต้องพากเพียรมากเพื่อเลี้ยงลูกแต่ละชุดให้เติบโตปลอดภัย

          สมมุติเราการเลี้ยงลูกไก่ชนจำนวนมากๆ  ดังที่เลี้ยงไก่กระทง  เพื่อเป็นไก่เนื้อหรือเลี้ยงเพื่อเป็นไก่ไข่  แต่ละชุดมีหลายร้อยตัว หรือหลายพันตัว ก็ต้องใช้เครื่องอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาทำหน้าที่หลัก  ได้แก่เครื่องกกให้ความอบอุ่น เล้าหรือคอกให้ความปลอดภัย  ภาชนะให้อาหารและน้ำแทนแม่ไก่  เนื่องจากแม่แท้ๆ ของลูกไก่เหล่านี้ต้องออกไข่จำนวนมาก ปีหนึ่งตั้งแต่ ๑๕๐ ถึงกว่า ๓๐๐ ฟอง จนไม่มีเวลาสำหรับจะฟักไข่และเลี้ยงลูกได้ จึงทิ้งนิสัยฟักไข่ยกหน้าที่ให้คนเลี้ยงไก่รับไปกระทำการแทน

          อุปกรณ์ที่เรียกว่า  กรงเลี้ยงลูกไก่ชน  ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเครื่องกกลูกไก่และส่วนเลี้ยงน้ำเลี้ยงอาหาร  ปูพื้นด้วยลวดพื้นตาสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดแคบกว่าช่วงเท้า หรือถ้าไม่ใช้กรง จะเลี้ยงบนพื้นคอกที่มีวัสดุปูรองพื้น เช่น ทรายแกลบ  ขี้เลื่อย  หรือฟางข้าวสับเป็นท่อนสั้นๆ ตั้งเครื่องกกไว้กลางคอก และรางน้ำรางอาหารโดยรอบก็ได้ เครื่องกกมีหน้าที่ให้ความอบอุ่นทั้งเวลากลางวันและกลางคืน  จนกว่าลูกไก่จะเริ่มควบคุมอุณหภูมิภายในตัวได้คงที่จึงหยุดให้ความอบอุ่นเรียกว่าหย่าไฟก็ได้ ความอบอุ่นที่จัดหาให้นี้ก็ใช้หลักเดียวกับเครื่องฟักไข่  อาจใช้ความร้อนจากตะเกียงน้ำมันก๊าด  ตะเกียงก๊าซ  ลวดร้อนไฟฟ้า ตามความสะดวก หลักสำคัญเรื่องกกลูกไก่มีอยู่ ๒ ข้อ ข้อแรก คือให้ลูกไก่สามารถเดินเข้าออกเพื่อเข้าหาบริเวณอบอุ่นได้สะดวก โดยอาจใช้แสงสว่าง เช่น แสงสีแดงล่อให้เห็นง่าย ข้อสอง คือ ปรับระดับความอบอุ่นให้พอดีสำหรับเสริมความร้อนในตัวลูกไก่ ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าเมื่อลูกไก่อุ่นสบาย  ก็จะนอนกระจายกันพอหลวมๆ ไม่เบียดหรือสุมกัน อาการที่นอนสุมกันแสดงว่าหนาวไป ถ้าหากแยกกันนอนห่างมาก แสดงว่าร้อนไป การเติบโตและความสมบูรณ์ของลูกไก่จะด้อยลง ไม่ว่าจะร้อนไปหรือหนาวไปก็ตาม ลูกไก่ต้องการระยะกก ๒-๔ สัปดาห์ ลูกเป็ดต้องการระยะกกเพียง ๑-๒ อาทิตย์แรก

          ในส่วนที่เลี้ยงน้ำและอาหารนั้น ก็เป็นทั้งลานวิ่งและที่หากิน  แต่ด้วยเหตุที่เราต้องเลี้ยงลูกไก่จำนวนมาก  จึงจะจัดที่กว้างขวางเหลือเฟือไม่ได้ต้องจัดพอให้ไม่แออัด วิ่งได้บ้างพอออกกำลังกายให้แข็งแรง มีสุขอนามัยดี  ที่ให้น้ำให้อาหารก็จัดไว้บริบูรณ์ คือ ลูกไก่สามารถเข้าแถวกินอาหารได้พร้อมๆ กัน จำนวนครึ่งหนึ่งของแต่ละกรง อาหารจัดใส่ภาชนะที่เติมได้ง่าย ลูกไก่กินแล้วหกหล่นน้อยที่สุด  เพราะไม่ว่าจะอยู่อย่างไร  ลูกไก่ไม่ยอมทิ้งนิสัยคุ้ยเขี่ย ถ้าใช้เท้าคุ้ยไม่ได้ใช้ปากเขี่ยก็ยังทำได้จึงทำอาหารหกหล่นได้มาก  ถ้าภาชนะไม่มีที่ป้องกันหรือที่บังคับให้คุ้ยได้น้อยที่สุด

          วิธีสอนให้ลูกไก่รู้จักกินน้ำกินอาหาร  เราทำได้  ๒ วิธี วิธีแรก คือ เลียนแม่ไก่ที่จิกอาหารหรือดื่มน้ำให้ลูกไก่ดู  เราจิกไม่เป็นก็ให้จับหัวลูกไก่กดเบาๆ ให้ปากจุ่มน้ำหรือให้ลงจิกกินอาหาร ลูกไก่ก็จะได้ความคิดแล้วกินน้ำกินอาหารได้เองต่อไป  อีกวิธีหนึ่งเราจัดให้แสงสว่างแรงหน่อย  ตรงที่กินน้ำและอาหาร  ลูกไก่ชอบไปที่สว่างก็จะได้รู้วิธีกินน้ำและอาหารเอง วิธีนี้ใช้ได้ผลดี อีกทั้ง  ทุ่นเวลาด้วยเพราะลูกไก่เรียนเองและเอาอย่างกันเองภาระของผู้เลี้ยงไก่ในเดี๋ยวนี้ มี ๓ ประการด้วยกัน

         อย่า
ที่1 คือดูแลความสุขสบาย  ความเป็นอยู่ของลูกไก่ว่าไม่ร้อนไม่หนาว  อากาศถ่ายเทหายใจได้สะดวก  แต่มิให้ลมโกรก  ศัตรูไม่รบกวนอาหารและน้ำมีพอกิน  การถ่ายมูลเป็นปกติไม่เหลวไป  หรือแห้งไป  ทั้งไม่หมักหมมอยู่บนพื้นกรงหรือในที่นอน  กรงเลี้ยงไก่ที่ออกแบบดีแล้ว เมื่อไก่ถ่ายมูลปกติก็จะลอดพื้นกรงไปรวมอยู่ในถาดรองรับมูลไก่เกือบทั้งหมด  สะดวกแก่การทำความสะอาด และเก็บรวบรวมไปใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้พืช  ผักต่างๆ  ถ้ามูลไก่เหลวไป  แห้งไป  ก็เป็นหลักฐานฟ้องว่า เราบกพร่องในการดูแลต้องรีบพิจารณาหาสาเหตุแล้วแก้ไขเสียโดยเร็ว จะผัดผ่อนเวลาไม่ได้

          อย่างที่  ๒  ไก่ชนที่เราเลี้ยงต้องการอาหารดีพอเหมาะสมแก่ความหวังของร่างกายในอายุต่างๆ กัน และเพื่อหน้าที่ต่างๆ กัน บางคนใจดีคิดว่าถ้าเราหาอาหารที่มีแป้งมาก  มีโปรตีนสูง  มีไขมันเกินพอ  มีแร่ธาตุและวิตามิน  ทั่วๆจนยาเสริมต่างๆ ครบครันแล้ว ก็พอใจเลี้ยงอย่างนั้นแต่ข้อเท็จจริงปรากฏแล้วแน่ชัดว่า ทั้งลูกไก่และไก่รุ่นตลอดจนไก่ใหญ่  คือ ไก่ไข่และพ่อแม่ไก่สำหรับผสมพันธุ์  ล้วนแต่มีความต้องการอาหารจำเพาะเจาะจง ไก่ เป็ดระยะไข่ต้องการอาหารคุณลักษณะและปริมาณเพิ่มขึ้นตามความสามารถให้ไข่ (โปรดดูตาราง)  ถ้าเราให้ขาดหรือเกินจะเสียผล หรือถ้าให้อาหารอุดมสมบูรณ์เกินต้องการ ก็อาจทั้งเสียผลและเสียค่าใช้จ่ายมากโดยไม่ได้ผลตอบแทน เราจะต้องคำนึงถึงพันธุ์ไก่ ชนิดไก่ ประเภทของโภชนา ฤดูกาลและสิ่งแวดล้อม  ด้วยเหตุผลดังว่ามานี้  ผู้เลี้ยงไก่จะต้องศึกษาเรื่องสูตรอาหารให้เข้าใจ  แล้วจะผสมใช้เอง หรือซื้ออาหารผสมสำเร็จก็กระทำได้ด้วยความแน่ใจว่าเราไม่ได้ลงทุนมากแต่กลับได้ผลน้อยไม่คุ้ม

           อย่างที่ ๓ "การเลี้ยงไก่ชนหรือสัตว์เลี้ยงก็ติดสอยห้อยตาม เราต้องดูแลสุขอนามัยให้สมบูรณ์จึงจะได้ผลไก่จะมีสุขอนามัยดีก็เริ่มด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่สบาย  ได้กินอาหารและน้ำเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ  แล้วไม่มีความเจ็บไข้เบียดเบียน  การเลี้ยงสัตว์ถือหลักโบราณของไทยว่า  "กันดีกว่าแก้"  ไว้เสมอ  การป้องกันโรคเบื้องต้น คือ รักษาความสะอาดของสถานที่  กรงเลี้ยงไก่  น้ำ  อาหาร  ป้องกันสัตว์นำเชื้อโรค เช่น เหา ไร หนู นกกระจอกและคนไม่คุ้นหน้า เป็นต้น มิให้เพ่นพ่านในสถานที่การป้องกันขั้นกลาง คือ อภิบาลการแพร่เชื้อทางน้ำกินและอาหารโดยใช้ยาหรือยาเสริมต่างๆ โดยระมัดระวังและสม่ำเสมอตามคำบอกช่องทาง   อย่าใช้ตามใจชอบหรือตามใช้กล้วยๆอาจเป็นโทษภายหลัง ขั้นปลายก็คือ การป้องกันโรคสำคัญๆ สำหรับไก่ ได้แก่ ใช้วัคซีนเฉพาะบางโรค เช่น โรคนิวคาสเซิลโรคหลอดลมอักเสบ และโรคฝีดาษไก่  เป็นต้นสำหรับเป็ดก็คือ โรคตับอักเสบติดต่อในเป็ด โรคเพล็กเป็ด  โรคอหิวาต์เป็ด  ควรบำเพ็ญตามคำแนะนำของสัตวแพทย์  สัตวบาล หรือผู้ผลิตยาโดยเคร่งครัดและครบถ้วน

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

การเลี้ยงไำก่ชน สูตรรายสัปดาห์ ลองดู


การเลี้ยงไก่ชน สูตรประจำเดือนกันยายน มาแบบแปลกๆ แต่ดูดี
1.น้ำผึ้ง
2.บอระเพ็ตสด
3.กระชายสด
4..กล้วยน้ำว้าตาก
5.ใข่นกกะทา
6.ยาลูกกลอน
การเลี้ยงไก่ชน ส่วนมากเป็นพม่านะครับ ไทยก็ได้  การเลี้ยงไก่ชนที่เลือดพม่าเยอะจำเป็นต้องจะเลี้ยงน้ำเย็นติดกระเบื้องครับถ้าเป็นพวกลูกผสมก็เช็ดน้ำต้มยาเย็นติดกระเบื้อง ลงขมิ้นเฉพาะหน้า คอ หน้าอก ขา แข้ง เช็ดน้ำตอนเช้าให้กินบอระเพ็ตสด กระชายสดแช่น้ำผึ้ง ประมาณสองข้อนิ้วมือ ตามด้วยกล้วยตากแช่น้ำผึ้งสองชิ้น
ยาลูกหลอนหนึ่งข้อนิ้วมือ  และใข่นกกะทาสองฟองให้กินทั้งเปลือกนะครับ ตากแดดปล่อยตาข่าย สูตรนี้เลี้ยง ๗ วันผมจะให้เช้าเย็น ๑๕ หรือ ๒๑ จะให้กินตอนเช้ากรณีนี้แล้วแต่ไก่ด้วยและงบประมาณอิอิ สูตรนี้เป็นสูตรที่ผมใช้เลี้ยงแบบจริงๆจังๆนะครับ ถ้าไม่มีเวลาอย่างปัจจุบัน ใช้ยาช่วยเยอะหน่อยเช่นพิราบบิน เวียกราชี และยาลูกกลอน ผมแนะนำใส่ยาดำสักนิดก็ดี
การเลี้ยงไก่ชนจะให้ได้ผลดีที่สุดคือ เมื่อได้ยาแล้วกินต่อเนื่องผสมการเลี้ยงที่ถูกวิธี การเอาใจใส่ทุกขั้นตอน ชัยชนะก็เป็นของเราครึ่งแล้ว ที่เหลือไปหาใน สนามไก่ชนเอา

เทคนิคการเลี้ยงไก่ชน อีกแบบ นำมาแอบฝาก จ้า!



เทคนิคการเลี้ยงไก่ชน อีกแบบ นำมาแอบฝาก จ้า!
1.ซ้อมไก่ให้หนักๆ1-2 คร้ง เเบบ ปล่อยตอ เเต่ทับเทปคู่ซ้อมให้บางหน่อยครับ(ปล้ำซ้อมให้เลือดออก หน้าเเตก)
2.หลังจากซ้อมอย่างนี้2-3 อาทิตย์ลงนวมสวมปากวันละ1อัน อันละ5-10 นาที ตามสภาพไก่วันเว้นวัน ระยะเวลา2 อาทิตย์ อาทิตย์ที่3อาบน้ำปล่าวตอนเช้า ออกตากเเดด ให้ขนเเห้งเเล้วค่อยให้กินข้าวครับ ประมาณ10โมงเอาเข้าที่ร่มครับ ทำอย่างนี้ไก่จะได้พักเต็มที่
3.อาทิตย์ที่4 ลงนวมสวมปาก2อันหนักเต็มๆ ครั้งเดียวพอครับพัก1อาทิตย์,อาทิตย์ที่5 วิ่งสุ่ม กินเต็มที่ครับ อาทิตย์ที่6บินลม เช้า100ครั้ง เย็น50ครั้ง ติดกัน5วัน ก่อนชนอาทิตย์สุดท้ายพักบินนอนสุ่มคลุมผ้าดำ3วันไม่ต้องเอาผ้าคลุมออกครับ เเล้วก้อออกชนครับ
นีั้้ก็เป็นเทคนิคการเลี้ยงไก่ชนที่ น่าสนใจ ครับ ลองเอาไปประยุกต์ ใช้ดูนะครับ รับรองว่าการเลี้ยงไก่ชน จะมีประสิธิภาพเพิ่มมากขึ้นแน่นอน รวยๆครับ 
การเลี้ยงไก่ชน

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

วิเคราะห์เชิงไก่พม่า


พินิจพิจารณาเชิงไก่พม่า(การเลี้ยงไก่ชน)
1. พม่าเชิงหลุดลอดถอดถอย จะตีไก่เชิงกอดสองคอได้ดีที่สุดครับ ถือว่าเข้าเชิงเขามากที่สุด แต่แพ้พวกจุ่มหน้าคอลูกหน้าไว ๆ นะครับ ยังไม่ได้หลุดได้ลอดหรอกครับ เขาเห็นหน้าคอเขาจุ่มก่อน พวกนี้จุดตายคือชอบเปิดหน้าคอ ถ้าตัวไหนลูกหน้าเร็วก็พอป้องกันตัวได้ เพราะไก่หลุดลอดโดยธรรมชาติจะหนุนๆ หน้าคอถอดซ้ายขวา พวกลูกผสมคุมบนไล่หาหัวนี่เสร็จมันหมดครับ สรุปไก่ลีลาหลุดลอดถอดถอยที่เก่งๆ ลูกหน้าต้องเร็วครับต้องสะกัดเขาก่อน และที่แพ้อีกอย่างคือพวกเข้าปีกจัด ๆ นะครับ มุดเข้าปีก กัดตีเหมือนป่าก๋อย เหมือนตราด ถ้าตัวไหนขยายไม่เก่งก็เสร็จเขาครับ ตัวเก่ง ๆ ต้องมีเปิดปีกขยายออกซ้ายขวาได้ครับ หรือมีซักลิ่มเร็ว ๆ นะครับเก่งจริง
2. พม่าเชิงโยกล่าง พวกนี้ตีไก่กอด ไก่เชิงได้ดีทั้งไก่สไตล์พนัสและตราดครับ แต่กับไก่ป่าก๋อยก็ต้องวัดกันว่าโยกหลบเร็วขึ้นเร็วหรือไม่
3. พม่าม้าล่อสั้นรำวง คือ วิ่งสองสามก้าวแล้วหันมาเตะหรือเดินออก 3-4 ก้าวถอยหนึ่งก้าวให้คู่ต่อสู้ถล่ำแล้วเตะ ประมาณนี้นะครับ พวกนี้มักจะตีได้ทุกเชิงครับ แต่เจอก๋อยตัวจัดก็ต้องวัดความแม่นความหนักครับ
4. พวกม้าล่อยาวนี่ล่อจริง ๆ ตีได้ทุกเชิงครับ
ผมเห็นพม่าเก่ง ๆ มีเชิงหลัก ๆ เท่านี้ครับ ส่วนเชิงแบบอื่นยังไม่เข้าตาครับ ส่วนมากเป็นเชิงผสม เช่นถอยได้บุกได้ เป็นต้น
สรุป ไก่พม่าเก่ง ๆ คือ
1. เบอร์แข้งต้องถึง ถี่เฉย ๆ ยังไม่พอนะครับได้แค่เงินพัน ตีเงินหมื่นเงินแสนเบอร์แข้งต้องมาก่อน ได้ดอกสองดอกรู้เรื่องประมาณนั้นครับ
2.เร็วพอที่จะเอาตัวรอดได้หรือเท่าคู่ต่อสู้ครับ อย่าเป็นรองมาก ไม่ใช่เขาได้2-3 เราได้1 นี่ถือเป็นรองมากครับ รองอย่างมากแค่5-4 หรือ3-2 เท่านั้นครับ ไม่งั้นแผลไม่ทันเขา คือไก่ช้าไปไม่ถึงดวงดาราแน่นอนครับ
3. ลีลาท่าทาง เอาไว้ทีหลังครับ ลีลาแบบไหนก็ได้ที่ทั้งเป็นการเอาตัวรอดได้ครับ
 เทคนิค การเลี้ยงไก่ชน เก่งเทพ!!!

เทคนิคการเลี้ยงไก่ออกชน ฉบับ น้ำบ่อขาว ลำพูน

ตามที่ผมติดตามลุงและได้คลุกคลี อยู่กับเจ้าไก่ชนของผมมา มันก็มีทั้งแพ้มาก ชนะบ้างเป็นธรรมดา ของชีวิตไม่มีใครจะเป็นแชมป์ได้ตลอดไป แต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อมของไก่ชนเราให้พร้อมเต็มสูบ ด้วยเช่นกัน ผมมีสูตรของลุงผมมาฝากครับ
ผมจะเขียนเทคนิค "การเลี้ยงไก่ชน"เป็นข้อๆครับ
1. วันที่1เริ่มแต่ คัดไก่ชนหนุ่ม ที่มีแวว ปล้ำคัดดูแล้วว่า เบอร์แข้ง ลีลาดี เข้าตา จับมาเลี้ยงข้าวเปลือก "ถ้าไก่ที่ดูครึ่งๆกลางดูยังไม่เข้า ก็อย่าพึงไปทำอะไรมันนะครับ มันอาจยังไม่พร้อมหรือแพ้ทางชนเก็บไว้รออายุก่อน"
2.วันที่2เลี้ยงข้าวเปลือกขัด ป้อยยา ในวัน สองวันแรก
3. วันที่3 ตอนเช้ากาดน้ำ แล้วจับมาปล้ำกับคู่ชมที่อายุเท่ากัน 15 นาที กาดน้ำ ตากแดด (ควรตากแดดจนไก่หอบ) แล้ว มาเช็ดด้วยน้ำเย็น คลายร้อน แล้วนำไปไว้ที่ร่ม
4. วันที่4 เช้า อาบน้ำตากแดด ตากจนไก่หอบ พอ แล้ว มาลูบน้ำเย็น ป้อนยาแล้วนำไก่ไปพักในที่ร่ม
5. วันที่5 อาบน้ำ ตากแดด ตากไก่หอบ แล้วลูบ น้ำให้ไก่คลายร้อน ป้อนยา พักที่ร่ม
6. วันที่6 อาบน้ำตอนเช้าปรกติ สายนำไก่ไปปล้ำหนัก 2 ยก พันนวม ยกละ20 นาที ปล้ำเสร็จป้อนยา พัก
7. วันที่7 อาบน้ำกาด แดด นำไก่ไปตากแดด จนหอบ พอหอบนำไก่ลูบน้ำคลายร้อน ป้อนยา พักที่ร่ม
8. วันที่8 อาบน้ำกาดแดด เหมือนวันที่7
9. วันที่9 อาบน้ำกาดแดด เหมือนวันที่8
10.วันที่10  ปล้ำหนักยกละ20 นาที 2 ยก กาดน้ำ ป้อนยา พักที่ร่ม
11.วันที่11-13 อาบน้ำกาดแดด ปรกติ
12.วันที่14-15 พักไก่ไม่ต้องตากแดด แต่กาดน้ำพอ กินยา
13. ออกชน ไล่ไฟท์ได้เลย แข็กปั๊กแน่นนอนคร้าบ ลองมาแล้ว 3ยกสะบาย แต่4-5 ยกขึ้นไปต้องตามศุตรนะครับยาบินๆๆทนๆๆ
นี้คือการเลี้ยงไก่ชนสูตรของผมเอง หวังว่าคงเป็นประโยชน์ครับ ติชม พร้อมรับฟังทุกความเห็นครับ

การดูแลรักษา การเลี้ยงไก่ชนหลังจากชนมาแล้ว




การเลี้ยงไก่ชน เมื่อไก่ชนมาแล้ว
ภายหลังที่นำไก่ชนชนเจ็บมาแล้ว ให้กราดน้ำเช็ดตัว สีตามบริเวณใบหน้าที่มีเลือดติดอยู่ออกให้หมด ถ้าเช็ดออกไม่หมดอาจทำให้เกิดปรวดได้ และถ้ามีแผลเย็บไว้ จะเป็นแผลถ่างตา แผลตามหัว เข้าปากไว้ ให้ตัดด้ายที่เย็บไว้ออกให้หมด เพราะถ้าไม่ตัดด้าย อาจจะทำให้แผลหายช้า หรือแผลหายไม่สนิทเหมือนเดิม ตัดด้ายออกให้หมดแล้วเช็ดด้วยกระเบื้องให้แห้ง ทาด้วยยาเพนนิสซิรินใส่แผลชนิดขี้ผึ้งทาทิ้งไว้

ถ้าไก่ถูกตีมามากๆหมดสภาพ ลุกไม่ขึ้น ให้เอาน้ำเกลือแห้งนิวเพาร์เวอร์ครึ่งซองผสมน้ำพอประมาณ ให้กินแทนข้าวไปก่อนสัก 2 วันเช้า-เย็น พร้อมกับยาแก้อักเสบให้กินวันละ 1 เม็ด ในระยะ 2 วัน ห้ามกินข้าวสุก ข้าวเปลือกเป็นอันขาด โดยเฉพาะกล้วย เพราะกล้วยนั้นย่อยยากมาก ควรให้น้ำเกลือไปก่อน หลังจาก 2 วันไปแล้ว ลองเอาข้าวสุกให้กินก่อนให้กินกับน้ำเกลือก็ได้ ให้มื้อละ 2-3 ก้อน เช้า-เย็น แล้วลองสังเกตดูว่าย่อยหมดกระเพาะไหม ถ้าย่อยหมดก็ให้กินเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ให้ยาบำรุงร่างกายด้วยก็ได้ เพราะจะทำให้ไก่ฟื้นตัวเร็ว พอไก่ฟื้นตัวแล้วควรปล่อยให้ไก่อยู่ในที่กว้างๆที่มีหญ้าแพรกสดให้กิน อย่าให้อยู่แต่ในสุ่มเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ไก่ตึง หลังจากไก่ฟื้นตัวได้ 15 วัน ควรถ่ายยาลุภายในร่างกายที่ถูกตีมา ถ่ายช้ำใน ถ่ายด้วยยาสมุนไพร ไม่ใช่ใช้ยาถ่ายพยาธิถ่าย ถ่ายในร่างกายให้หายจากการฟกช้ำดำเขียว หลังจากถ่ายยาลุได้ 7 วัน ลองให้ไก่วิ่งสุ่มเบาๆไปก่อน เพื่อเป็นการยืดเส้น ยืดสายไปในตัว ยาถ่ายลุนี้ทำด้วยสมุนไพรมีดังนี้

ไพล 2 หัวใหญ่

เกลือแกงครึ่งช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปีบ 1.5 ช้อนโต๊ะ

มะขามเปียก 1 ปั้น

ยาดำเล็กน้อย

เอามาตำให้ละเอียด ผสมกันให้เข้ากันดี ให้กินครั้งละ 2-3 ก้อนเท่าหัวแม่มือ แล้วให้น้ำอุ่นๆกินให้เกือบเต็มกระเพาะ ทิ้งไว้ในบริเวณที่สะอาดๆ และต้องคอยดูด้วยว่าไก่ถ่ายยาออกหมดหรือยัง คลำดูกระเพาะจะรู้ ถ้าหมดแล้วควรให้กินข้าวสุกทุกครั้ง ไก่เวลาถ่ายยาแล้วให้กินข้าวเปลือกส่วนมากจะไม่ค่อยย่อย หรือย่อยไม่หมด ควรให้กินข้าวสุกก่อนเป็นการดี

ถ้าไก่ที่ชนมาแล้วตามเนื้อตามตัวมีรอยฟกช้ำดำเขียว ให้เอาเคาน์เตอร์เพนบาล์ม ทาตามรอยที่ฟกช้ำบางๆ เอานิ้วชี้ขยี้ให้ทั่วบริเวณที่ฟกช้ำ อย่าใช้ยามากจนเกินไป เพราะเคาน์เตอร์เพนบาล์มเป็นยาร้อน แต่ถ้าใช้บางๆแผลฟกช้ำของไก่จะหายเร็วกว่ายาชนิดอื่นๆ อย่าเอาไปทาที่แข้งของไก่เป็นอันขาด ถ้าทา เกล็ดของไก่จะหลุดหมด ทาได้ตามเนื้อหนังเท่านั้น ส่วนที่เป็นเกล็ดห้ามทา

เมื่อไก่ชนชนะ ทำยังไงต่อดี

ไก่ชนที่ชนะระหว่างยกที่ 3 - 5 ควรตรวจสอบดูว่ามันบาดเจ็บตรงจุดไหนบ้าง เมื่อตรวจพบบาดแผล ต้องรีบรักษาโดยด่วน เมื่ออาการบาดเจ็บหายดีแล้วยัง ไม่ควรอาบน้ำร้อน ควรให้อาบน้ำธรรมดาไปก่อน แล้วปล่อยลงดินให้มันได้คลุกฝุ่นบ้าง เพื่อเป็นการคลายความตึงเครียดของร่างกาย เมื่อมันนอนคลุกฝุ่น ดีแล้วก็จับมาอาบน้ำเย็นและทำการซ้อมเบา เพื่ออบอุ่นร่างกายให้คืนสภาพเดิม เมื่อดูว่าร่างกายคืนสภาพเดิมดีแล้ว นำไปซ้อมจริง 1 ยก แล้วนำมาเลี้ยงตาม ปกติ เพื่อเตรียมพร้อมในการออกชนต่อไป และการอาบน้ำร้อนควรไม่เกิน 15 วันสำหรับไก่ชนที่ชนะมา

ไก่ชนที่ชนะตั้งแต่ยกที่ 6 เป็นต้นไป ก็ทำเหมือนกัน ถ้ามีแผลที่ใบหน้าก็รีบรักษาโดยทันที เมื่อบาดแผลเริ่มเป็นสะเก็ดแข็ง และแห้ง ควรถ่ายยาแก้ช้ำใน หลังจากถ่ายยาแล้ว สะเก็ดแผลหลุดหมดแล้ว ก็เริ่มทำการออกกำลังกายได้

ไก่ชนที่แพ้มา อย่าพึ่งฆ่า

ไม่ว่าไก่จะแพ้หรือหมดสภาพ จะต้องคิดก่อนว่าจะทำอย่างไร ห้ามทำลายหรือปล่อยทิ้ง ทางที่ดีต้องตอบแทนบุญคุณมันบ้าง โดยการหาที่ว่างๆสักหน่อยพอที่ จะให้มันอยู่กับตัวเมียที่เราหามาให้ เพาะเอาลูกมันไว้สักคอกหนึ่ง เมื่อเราเอาใจใส่กับมันสภาพจิตใจมันก็จะดีขึ้น และอาจจะให้ลูกไก่ชนดีๆสักคอกก็ได้ ไก่ชน ทุกตัวมันจะคุ้นเคยกับเจ้าของที่เลี้ยงมัน เมื่อมันเห็นคนเลี้ยง มันก็จะแสดงอาการดีใจ คนเลี้ยงไก่ชนจะมีความผูกพันกับไก่เป็นพิเศษ เราต้องรู้จักเอาใจใส่มัน ให้ดีและดูแลให้ความชอบพอกับมัน ไก่ชนก็มีจิตใจเหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ควรทิ้งขว้าง ควรเก็บและรักษามันไว้ให้ดี
======================================================


วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

การเลี้ยงไก่ชน แนวคิดและทางเลือก

เวปนี้ได้รวบรวมแนวคิด ทางเลี้ยง สูตรลับเด็ด การพลิกแพลง ประสบการณ์การเลี้ยงไก่ชนให้ประสบความสำเร็จ การเลี้ยงไก่ชนในแต่ละท้องถิ่นนั้นมีความแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกันแน่นอน ทั้งการเลี้ยงไก่ชนแต่ล่ะสายพันธุ์นั้นย่อมไม่เหมือนกัน เช่นไก่ไทย ลง เบื้องลง ขมิ่น เพื่อให้รัดตัวและแข็งแหล่ง เพราะมีสไตล์หารใช้กำลังเข้าปะทะ แต่ถ้าเป็นพม่าจะให้การอาบน้ำอุ่น ไม่ลงเบื้องมาก ลงบางครั้งพอทนเดื้อย ไม่ลงขมิ้น เพราะไก่พม่าจะมีนิสัยบินตี ลงมากหรือ เข้าเบื้องมากไก่จะอืด ช้า ผิดฟอร์ม ได้ จึงไม่นิยม แต่สุดท้ายผลก็อยู่ที่จังหวะและน้ำเลี้ยงอยู่ดี จึงได้ตั้งเวปนี้ขึ้นเพื่อ ให้ความรู้ได้การเลี้ยงไก่ชน ตั้งแต่เล็ก จนไปถึงออกชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะให้ความรู้แก่เพื่อนๆพี่ๆ น้องชาวไก่ชน และผู้ที่สนใจ ขอคุณครับ ที่เข้าชมเวป การเลี้ยงไก่ชน